บันทึกตอนที่ 4 “พระภิกษุชรา” ผู้รัตตัญญู

บันทึกที่ ๔ บันทึกเมื่อ ณ วันแรม ๙ ค่ำ เดือน ๗  ตรงกับวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

มันเป็นการเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ที่เหมือนกับทุกวัน

แกเขียนอะไรนักหนา

พระภิกษุนักโทษผู้ชราในชุดคนไข้ทักทาย พลางใช้กำปั้นที่มีแต่เนื้อหุ้มกระดูกทุบลงที่หน้าผากแบบเอ็นดู แล้วนั่งลงที่เตียงตรงข้าม ชะโงกหน้ามองสมุดบันทึก

อันที่จริง จะเรียกว่า สมุดบันทึก ก็ไม่น่าจะถูกนัก เพราะเป็นแค่กระดาษที่ขอจากพยาบาลมาเย็บด้วยแม็กซ์รวมกันเข้า แล้วใช้กาวติดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

“อยากเขียนบันทึกถึงหลวงพ่อสมเด็จ ฯ ครับ นึกบางเรื่องขึ้นมาได้ จึงอยากเขียนไว้ กันลืม” 

แม้ยังไม่รู้ว่า จะเขียนอะไร แต่ก็ตอบท่านไปแบบนั้น

“พอเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ไม่อยู่ คณะสงฆ์ก็ปั่นป่วนกันไปหมด หาใครเป็นหลักไม่ได้ คณะสงฆ์เหมือนขาดที่พึ่ง”

พระภิกษุผู้ชราในชุดคนไข้ปรารภ

“ถ้าท่านยังอยู่ คณะสงฆ์ก็คงไม่ลำบากกันแบบนี้ ท่านก็คงหาวิธีการแก้ไข เมื่อก่อน พอคณะสงฆ์เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ก็จะเป็นคนคิดหาวิธีแก้ไข จึงอยู่กันแบบสบายมานาน เมื่อไม่มีท่าน พอเกิดปัญหาขึ้น ก็ไม่รู้ว่า จะแก้กันอย่างไร ต่างคนก็ต่างเอาตัวรอด หาพระผู้ใหญ่อย่างเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ได้ยาก

ขอให้พวกเราอดทนเอาไว้ ค่อย ๆ แก้ไขไป อะไร ๆ ก็คงจะค่อย ๆ ดีขึ้น สวดมนต์ให้มาก แผ่เมตตาให้มาก พระพุทธมนต์ คือ อาวุธของเรา”

พระภิกษุชรา พูดให้กำลังใจ ทั้ง ๆ ที่ท่านเอง ก็คงไม่รู้ว่า มันจะดีขึ้นอย่างไร แบบไหน หรือเมื่อไหร่  แต่ในฐานะพระมหาเถระ ผู้รัตตัญญู ล่วงกาลผ่านวัยมามากแล้ว การพูดให้กำลังใจ ก็น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ท่านทำได้ในเวลานี้

แล้วท่านก็เอามือตบที่ไหล่เบา ๆ ลุกขึ้นเดินจากไป

ทุกครั้งที่เดินผ่านเตียงจะไปห้องอาหารเพื่อพักผ่อนอิริยาบถ ท่านก็จะโบกไม้โบกมือทักทาย หรือไม่ก็จะแวะพูดคุยอยู่เสมอ

ตั้งแต่แยกจากกันวันนั้น ในสามวันแรกของการอยู่ในเรือนจำ ก็แทบจะไม่ได้พบกับท่านอีกเลย ด้วยระเบียบของเรือนจำ ที่ต้องแยกกันอยู่ จนต้องมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

สภาพพระภิกษุมหาเถระผู้คงแก่เรียน เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นพระอาจารย์ผู้สอนบาลีชั้นสูงให้กับคณะสงฆ์ เป็นตัวแทนของคณะสงฆ์ในการแต่งฉันท์ภาษาบาลีในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เป็นผู้ฝึกพระอุปัชฌาย์ของคณะสงฆ์ เป็นผู้ฝึกพระให้เป็นเจ้าอาวาส ท่านใช้ชีวิตอยู่ในสมณวิถีจนเข้าสู่วัยชรา นับว่า ท่านได้ถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา ต้องมาอยู่ในเรือนจำ ในฐานะพระภิกษุนักโทษ ผู้สร้างความเสียหายให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง นับเป็นข้อกล่าวหาอันน่าขมขื่น เป็นที่เวทนายิ่งนัก

ตลอดระยะเวลาของการอยู่รวมกัน ทุกคืน เวลาสองทุ่ม ก็จะทำวัตรสวดมนต์ ด้านหน้ามีพระพุทธปฏิมากรขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว ซึ่งมีผู้บริจาคให้กับทางโรงพยาบาล ประดิษฐานอยู่บนแท่น ถัดลงมาเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อสมเด็จ ฯ

ขณะนั่งทำวัตรสวดมนต์ แถวหน้าเป็น อดีตพระพรหมดิลก และอดีตพระพรหมสิทธิ นั่งคู่กัน ถัดมาแถวที่สอง เป็นเจ้าคุณสังคม, เจ้าคุณเทอด ส่วนแถวที่สาม มีเจ้าคุณเจี๊ยบ, เจ้าคุณศรีฯ, และพระครูสิริ ฯ นั่งเรียงกันตามลำดับ

ในแต่ละวัน ก็จะมีผู้ต้องขังคนอื่น ๆ มาร่วมสวดมนต์ด้วย

หลังทำวัตรสวดมนต์เสร็จ พวกเราก็จะกราบท่าน ซึ่งเป็นพระมหาเถระในคณะของเรา

ส่วนตอนเช้า ต่างคนก็ต่างทำกิจของตัวเอง เพราะยังเป็นเวลาเช้ามืดอยู่ เสียงจะได้ไม่รบกวนคนอื่น

ท่านจะตื่นราวตีสามครึ่ง เพื่อทำวัตรเช้า แล้วนั่งสมาธิเรื่อยมาจนตีห้าเศษ ก็สรงน้ำ จากนั้น พระรูปอื่น ๆ ก็จะทยอยกันสรงน้ำต่อจากท่าน พอเปิดขังหลัง ๖ โมงเช้า เด็ก ๆ ก็จะช่วยกันจัดเตรียมอาหารไว้ และฉันเช้าพร้อมกันตอน ๗ โมง

เมื่อพระภิกษุผู้ชราเดินห่างออกไป ดินสอจึงถูกหยิบขึ้นมาเขียนลงบนหน้ากระดาษ อีกครั้ง

มันไม่ใช่เรื่องหลวงพ่อสมเด็จ ฯ ตามที่ตั้งใจจะเขียน แต่มันเป็นเรื่องราวของเช้าวันนี้ เรื่องของพระภิกษุ พุทธบุตร ผู้ชรา ในยามต้องโทษ แต่เป็นผู้อาจหาญ แกล้วกล้า เป็นผู้ซื่อตรง อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติสิ่งที่วิญญูชนตำหนิติเตียนได้ ยังคงแผ่เมตตาจิตอยู่ทุกเช้า-ค่ำ ว่า

“ขอสัตว์ทั้งปวง จงมีความสุขกายสุขใจ มีความเกษมสำราญเถิด”

“ขอสัตว์ทั้งหลายบรรดามี ทั้งที่ยังเป็นสัตว์ตัวอ่อนอยู่ หรือโตแล้วก็ตาม เป็นสัตว์มีลำตัวยาว หรือลำตัวใหญ่ก็ตาม มีลำตัวปานกลาง หรือตัวสั้นก็ตาม ตัวเล็กหรือตัวโตก็ตาม ที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นก็ตาม ที่อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ก็ตาม ที่เกิดแล้ว หรือกำลังหาที่เกิดอยู่ก็ตาม

ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น จงสุขกายสบายใจเถิด

บุคคลไม่พึงมีเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงผู้อื่น ไม่ควรดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ไม่ควรมุ่งร้ายกันและกัน เพียงเพราะอาศัยแค่เหตุแห่งความขุ่นเคืองโกรธแค้นกัน ฯ (กรณียเมตตสูตร)

“พระอาจารย์ครับ ! อาหารเช้าพร้อมแล้ว ได้เวลาฉันเช้าแล้ว หลวงพ่อรออยู่”

สมุดบันทึกจึงถูกปิดลง แล้ววันใหม่ที่เหมือนเดิม ก็เริ่มต้นขึ้น..

Share:

Leave a Reply